บทความเกี่ยวกับสมองเสื่อม








วิธีการรักษาโรคสมองเสื่อม

เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์มีอยู่ 3 ประการคือ

1. การรักษาโดยไม่ใช้ยา(nonpharmacologic approaches)

2. การใช้ยาเพื่อรักษาปัญหาทางสมองและความจำ(phamarcologic enhancement of cognition)

3. การรักษาปัญหาทางพฤติกรรม(management of behavior disturbances)

1. การรักษาโดยไม่ใช้ยา(nonpharmacologic approaches)

ในการเริ่มต้นรักษาผู้ป่วยสมองเสื่อมนั้นแพทย์ผู้ดูแลรักษาจำเป็นต้องสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้ป่วยและครอบครัว
เนื่องจากภาวะนี้เป็นภาวะเรื้อรังซึ่งมีผลกระทบต่อญาติผู้ดูแลและครอบครัวค่อนข้าง มาก
แพทย์ควรให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและญาติเกี่ยวกับการดำเนินโรคการสนับสนุนให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองได้นานที่สุด
ทางเลือกในการรักษาต่างๆแหล่งที่สามารถหาความรู้และความช่วยเหลือได้เช่นสมาคมผู้ดูแลผู้ป่วยโรคอัลไซม์เมอร์
รวมทั้งคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการปัญหาทางทรัพย์สินและทางกฎหมายในอนาคต นอกจากนั้นแพทย์
ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษในเรื่องการจัดสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม และความปลอดภัยของผู้ป่วยจากอุบัติเหต
ุความเผอเรอและการหลงทางโดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยต้องอยู่คนเดียวในบางเวลาเพื่อลดความเครียด และอารมณ์ซึมเศร้า
ของญาติหรือผู้ดูแลผู้ป่วยซึ่งมีการศึกษาสนับสนุนว่าการให้ข้อมูลที่จำเป็น รวมทั้งการสนับสนุน ทางด้านจิตใจ
และอารมณ์ต่อญาติผู้ดูแลผู้ป่วยช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วยAlzheimerและครอบครัวรวมทั้งทำให้ครอบครัว
สามารถดูแลผู้ป่วยได้นานขึ้น โดยไม่ต้องส่งผู้ป่วยไปดูแลที่สถานอภิบาลคนชรา(nursing home)

2.การใช้ยาเพื่อรักษาปัญหาทางสมองและความจำของผู้ป่วยสมองเสื่อม

1. การใช้ยาเพื่อรักษาอาการ พยาธิกำเนิดสำคัญประการหนึ่งของปัญหาความจำเสื่อมและความผิดปกติ
ของหน้าที่สมองในผู้ป่วยAlzheimer's diseaseคือการขาดacetylcholineดังนั้นยาที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้น
จึงมุ่งไปในทิศทางที่จะเพิ่มสารเคมีดังกล่าวในสมองโดยการยับยั้งเอนไซม์actylcholinesterase


        -Denepezil เป็นยาacetylcholinesteraseinhibitor
ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นให้ออกฤทธิ์จำเพาะต่อactylcholinesteraseในสมองจึงมีผลข้างเคียงต่อตับ
และอวัยวะอื่นๆน้อยข้อดีอีกประการหนึ่งคือระยะเวลาการออกฤทธิ์ยาวจึงสามารถใช้ยาเพียงวันละครั้งเท่านั้นจาก
การศึกษาแบบrandomizeddoubleblind,placebocontrolledพบว่าผู้ป่วย
Alzheimer'sdiseaseระยะเป็นน้อยถึงปานกลางซึ่งได้รับยา denepezil ขนาด5
และ 10 มก. /วัน นาน24 สัปดาห์ ทำให้อาการทางสมองดีขึ้นทั้งจากการประเมินด้วยแบบทดสอบ และความ
รู้สึกของผู้ดูแลรวมทั้งสามารถในการดูแลตนเองดีขึ้น(ขนาดยา 5 มก./วัน ได้ผลดีใกล้เคียงกับ 10มก./วัน)
โดยมีผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสียและนอนไม่หลับ เพียงเล็กน้อย และผู้ป่วยส่วนใหญ่ทนต่อยาได้ดี

       -Rivastigmine เป็นยาactylcholinesteraseinhibitor
อีกชนิดหนึ่งซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีคล้ายกับยาdenepezilจากการศึกษาแบบrandomized,
doubleblind,placebocontrolledพบว่าผู้ป่วยAlzheimer'sdisease
ระยะเป็นน้อยถึงปานกลางที่ได้รับยาชนิดนี้ในขนาด612มก./วันนาน26สัปดาห์มีอาการทางสมองดีขึ้นโดย
ประเมินจากแบบทดสอบและความรู้สึกของแพทย์รวมทั้งความสามารถในการดูแลตนเอง และพฤติกรรมก็ดีขึ้นด้วย


       -Galantamine เป็นยาactylcholinesteraseinhibitor
อีกชนิดหนึ่งที่มีการศึกษาแบบrandomized,doubleblind,placebocontrolled
พบว่าผู้ป่วยAlzheimer'sdiseaseระยะเป็นน้อยถึงปานกลางที่ได้รับยานี้ขนาด1624มก./วัน
มีอาการทางสมองความสามารถในการดูแลตนเองและพฤติกรรมดีขึ้นเช่นเดียวกันสามารถป้องกันอาการทางพฤติกรรม
ที่เป็นปัญหาเช่นอาการกระวนกระวาย(agitation)อาการทางจิต(psychosis)ได้


2. การใช้ยาเพื่อ หรือชะลอความเสื่อมของสมอง หลังจากสมองเสื่อมแล้ว


ยาในกลุ่มนี้ ซึ่งมีผู้ทำการศึกษา และมีข้อมูลมากพอควรได้แก่
2.1 ยาต้านอนุมูลอิสระ(antioxidant)ยาในกลุ่มนี้ซึ่งได้รับการศึกษาแบบrandomized
,doubleblind,placebocontrolledได้แก่ VitaminEและselegiline
(ซึ่งเป็นยาในกลุ่มmonoamineoxidaseinhibitorใช้ในการรักษาโรคพาร์กินสัน)โดยพบว่าผู้ป่วย
Alzheimer'sdiseaseระยะปานกลางซึ่งได้รับยาVitaminEวันละ2000IU,selegiline
วันละ10มก.,และทั้งVitaminEและselegilineรวมกันตามขนาดข้างต้นมีการดำเนินโรคช้าลงโดยถูกรับ
ไว้ในnursinghomeหรือสูญเสียความสามารถในการดูแลตนเองหรือมีอาการสมองเสื่อมขั้นรุนแรงหรือเสียชีวิตช้ากว่า
กลุ่มที่ได้รับยาหลอกประมาณ200วันอย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับยา2 ชนิดคือทั้ง Vitamin E
และ selegiline ไม่ได้ผลดีกว่าผู้ป่วยกลุ่มที่ ได้รับยายาหนึ่งแต่เพียงชนิดเดียว

2.2 Gingko biloba ซึ่งเป็นสมุนไพรสกัดจากใบแป๊ะก๊วย ไม่ทราบกลไกลการออกฤทธิ์ที่แน่ชัด
โดยเริ่มต้นใช้กันแพร่หลายในประเทศทางทวีปยุโรปก่อน และมีผู้นำมาศึกษาในการรักษาผู้ป่วยสมองเสื่อมทั้งที่เกิดจาก
Alzheimer's disease และ vascular dementia แบบ double blind,
placebo-controlled พบว่าผู้ป่วยซึ่งได้รับยา Gingko biloba ขนาดวันละ120 มก.
นาน1ปี มีอาการทางสมองดีขึ้นเล็กน้อย แต่มีผู้ป่วยถึงร้อยละ 50 ที่ถอนตัวจากการศึกษาก่อนครบกำหนด ดังนั้นจึงยังมี
ข้อมูลสนับสนุนไม่มากเพียงพอในการใช้ยานี้เพื่อรักษาภาวะสมองเสื่อม

3. การรักษาปัญหาทางพฤติกรรม(management of behavior disturbances)

ปัญหาทางพฤติกรรมที่พบโดยเฉพาะอาการไม่อยู่นิ่ง(agitation) เป็นปัญหาสำคัญซึ่งมีผลกระทบต่อความสงบ
สุขของครอบครัวของผู้ป่วยสมองเสื่อมมาก และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ญาติไม่สามารถดูแลผู้ป่วยได้คำว่าagitation
เป็นคำที่มีความหมายกว้างขวาง โดยรวมไปถึงปัญหาทางพฤติกรรมต่างๆเช่นอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวดุร้าย ตลอดจนการ
ทำร้ายผู้อื่นโดยไม่สามารถยับยั้งตนเองได ้อาการดังกล่าวอาจเกิดจากปัญหาจากโรคกายบางอย่างความเจ็บปวดหิวท้องผูก
นอนหลับไม่เพียงพอหรือปัญหาทางจิตใจเช่นอารมณ์ซึมเศร้า เปลี่ยนที่อยู่ หรือเปลี่ยนผู้ดูแลกระทันหัน ซึ่งแพทย์พยาบาล
ควรหาสาเหตุให้พบและแก้ไขให้ได้ บางครั้งการปรับปรุงสิ่งแวดล้อม เช่น แสงสว่างที่เหมาะสม เสียงดนตรีหรือสัตว์เลี้ยงที่
ผู้ป่วยชอบอาจช่วยให้ผู้ป่วยสงบลงได้บ้าง

สำหรับการใช้ยาเพื่อลดอาการ Agitation ของผู้ป่วย อัลไซม์เมอร์นั้น ปัจจุบันมีการใช้ยา กลุ่มantipsychotics
agent ชนิดใหม่ซึ่งเรียกว่า atypical antipsychotics เช่น clozapine, risperidone
และ olanzapine ซึ่งควบคุมอาการ agitationได้ผลดี และพบว่ามีผลข้างเคียงน้อย แต่อย่างไรก็ตาม ยาดังกล่าวยังมีราคาแพง
มากใน ปัจจุบัน จึงควรเลือกใช้ยากลุ่มนี้เฉพาะในรายที่จำเป็นเท่านั้น










 สารบัญเว็บไซต์ : หน้าแรก I กิจกรรม I สนทนา I บทความ  I สายด่วน  I กระดานข่าว I ติดต่อ I เกี่ยวกับเรา


Copyright © 2007. All rights reserved.   Contact Webmaster: Nutnapin Ruttano
114 ปิ่นนคร 4 ถ. บรมราชชนนี ตลิ่งชันกรุงเทพ 10170
โทร 02-880-8542 และ 086-990-4207 มือถือ 086-9904207 / Fax 02-880-7244
ตู้ปณ 224 ปณจ ราชดำเนิน เขตพระนคร กทม. 10200

ปรับปรุง 24 เม.ย. 2550

 Design and Produce all Website by Thawatchai Kansrirat Audio visual Ramathibodi
Hospital 
ขอขอบคุณ อ.ตรี แห่ง โรงเรียนไอ-ดีไซต์